Fishing2hand.com สื่อกลางวงการ พระเครื่อง กรุสยามดอทคอม
หน้าแรก | คันเบ็ด | รอกเบทคาสติ้ง | รอกสปินนิ่ง | สายเบ็ด | ชุดปลายสาย | เหยื่อปลอม | เหยื่อสูตร | อะไหล่รอกและคัน | อุปกรณ์อื่นๆ | สินค้าที่เกี่ยวข้อง
Fishing2hand.com | กระดานพูด-คุย | รายละเอียด คุณ [Guest] online
 
กว่าจะเป็นเหยื่อตกปลาสูตรเด็ด
pinto2
โพสต์เมื่อ : 2006-01-31, 22:30
บทความนี้เคยนำลงที่สยามพิชชิ่ง มาเมื่อหลายปีแล้วมีผู้เข้าอ่านเป็นจำนวนมากว่าอ่าน 12180 ราย แสดงให้เห็นว่ามีความน่าสนใจจึงขอนำมาลงที่นี่อีกครั้งเพื่อเผยแพร่ให้นักตกปลาทั่วไปได้มีโอกาสนำเอาไปปรับใช้ตามความถนัดและความเหมาะสม หากนักตกปลาท่านใดมีความเห็นที่แตกต่างหรือมีประสพการณืในการใช้เหยื่อสูตรต่างๆ นำมาพูดคุยกันได้ที่นี่เพื่อรวบรวมความคิดและเป็นการพัฒนากีฬาตกปลาสำหรับนักตกปลารุ่นต่อๆไป


" กว่าจะเป็นเหยื่อตกปลาสูตรเด็ด"ส่วนใหญ่จะกล่าวถึงพื้นฐานของเหยื่อที่ใช้ตกปลาที่มีอยู่ตามแหล่งนํ้าธรรมชาติทั่วๆไปมากกว่าที่จะเจาะจงโดยตรงเพื่อให้เกิดความหลากหลายที่จะตามมาของนักกีฬาตกปลาแต่ละคนจะได้นำไปปรับปรุงให้เหมาะสมตามที่ควรจะเป็นกว่ายี่สิบปีของการตกปลาทั้งในและต่างประเทศจากประสพการณ์ที่ผ่านมาหลายครั้งที่ทดลองเหยื่อในแบบต่างๆมากมาย แต่มีเพียงสิบสี่สูตรที่ได้ผลดีและมีความคล้ายคลึงกันในส่วนผสมจึงทำให้ผมเชื่อว่าเหยื่อตกปลาที่ได้ผลดีควรจะประกอบไปด้วยกันสี่ส่วนที่สำคัญคือ 1. ส่วนที่ลอยนํ้า 2 . สีที่ทำให้นําในบริเวณรอบๆเหยื่อมีความแตกต่างจากธรรมดา 3 . ส่วนที่ตกลงถึงหน้าดินเพื่อเป็นอาหาร(bait,chum bait)หรือเหยื่อนั่นเอง 4 .กลิ่นที่มีอยู่ในธรรมชาติไม่จำกัดว่าเทียมหรือแท้ แต่ก็ยังมีเหตุอีกหลายประการเช่นเวลา ฤดูกาล สถาพอากาศ อุณหภูมิ ที่ทำให้เหยื่อแต่ละชนิด/ประเภทมีผลต่อปลาต่างกัน ไปอย่างที่รู้กันทั่วไปว่าไม่มีสูตรใดแน่นอนเสมอไปกับปลาที่ไม่ได้อยู่ในบ่อเลี้ยงหรือแม้แต่บ่อเลี้ยงเองก็เอาแน่ไม่ได้เหมือนกัน


ขนมปัง
ขนมปังได้เข้ามามีบทบาทเหยื่อตกปลาในปัจจุบันจนกลายเป็นเยื่อครอบจักรวาลไปแล้ว เพราะปลาเกือบทุกชนิดคงจะหลงใหล
ในกลิ่นหอมอ่อนๆ รสชาติ และความอ่อนนุ่มเมื่อโดนน้ำของเนื้อขนมปัง อีกทั้งยังง่ายต่อนักตกปลาเองที่จะซื้อหาได้ทั่วไป และยังสามารถนำมาปรุงแต่งให้กลายเป็นเหยื่อสูตรอีกมากมาย
ขนมปังส่วนใหญ่ที่นำมาปั่นให้ละเอียด จะเป็นที่หมดอายุสำหรับมนุษย์ที่จะนำมาบริโภคอย่างปลอดภัย หากแต่ขนมปังที่หมดอายุเหล่านี้จะยังคงสภาพเดิมได้อีกนานโดยไม่ขึ้นรา เนื่องจากสารกันราที่ผสมลงในส่วนผสม แต่กลิ่นและรสชาติจะเปลี่ยนไปเนื่อง ยีสต์ในขนมปังยังมีชีวิต และยังสามารถย่อยสลายน้ำตาล จนทำให้เกิดกลิ่นหอมอ่อนๆ ฃองแอลกอฮอล์ หรือส่าเหล้า เมื่อเก็บใว้ในระยะหนึ่ง หากเก็บใว้นานมากเกินไป ก็จะทำให้ขึ้นรา และมีกลิ่นเปรี้ยว ซึ่งปลาบางประเภทจะชอบที่เห็นได้บ่อยๆ ก็คือ ปลายี่สก

ขอบขนมปัง
ขอบขนมปัง คือ ส่วนที่เป็นสีน้ำตาลรอบนอก ถ้านำขนมปังแห้งมาแยกเอาแต่ขอบ ปั่นให้ละเอียด ผสมเหยื่อตกปลา
จะทำให้แตกตัวได้เร็วทันทีที่โดยน้ำ โดยจะละลายจากภายนอกให้หลุดออกมาก่อนที่น้ำจะซึมเข้าข้างในเสียอีก คุณสมบัติที่ดีอีกอย่างก็คือเมื่อสเปรย์น้ำลงไป แล้วผสมคลุกเคล้าให้ทั่ว ก็จะสามารถที่จะปั้นเป็นก้อนให้แน่นได้ตามที่ใจต้องการ แต่ก็ยังแตกในน้ำได้ดีโดยไม่จับตัวเป็นก้อน คุณสมบัติที่ดีอีกข้อก็คือใช้เป็นตัวปรับปรุงเหยื่อที่มีความเหนียวและแฉะเกินไป โดยจะช่วยดูดซับน้ำ และให้ความอ่อนตัว ซึ่งแตกต่างจากรำโดยสิ้นเชิงส่วนข้อเสียก็คือไม่เหมาะสำหรับใช้ในแหล่งน้ำใหล และด้วยคุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้น จึงทำให้ผมชอบที่จะใช้ขอบขนมปังมากกว่าที่จะใช้ ขนมปังขาวล้วนๆ หรือผสมกัน

ขนมปังตัดขอบ (ขนมปังขาว (white bread))
ขนมปังตัดขอบ คือ ส้วนที่เป็นเนื้อสีขาวโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับตัดเป็นชิ้นเกี่ยวเบ็ดตกปลา หรือปั่นให้ละเอียดพอสมควร
ใช้หุ้มตะกร้อก็ได้ผลดีตามฟิชชิ่งปาร์คทั่วไป หากต้องการนำมาผสมเป็นเหยื่อสูตรเด็ดของคุณ ก็ควรจะใช้ชนิดที่ปั่นละเอียดมาก จะทำให้เหยื่อที่ได้เหนียวนุ่มมากๆ แต่ก็ควรระวังส่วนผสม หากผสมไม่ดี น้ำน้อย ก็จะทำให้เหนียว แข็ง แช่น้ำได้ทั้งวัน กลายเป็นเหยื่อยอดกตัญญู ขนมปังขาวทั้แบบที่เป็นแผ่น และปั่นละเอียด สามารถนำมาปรุงแต่งเป็นเหยื่อสูตรต่างๆได้อย่างมากมาย ตามแต่ความเชื่อส่วนบุคคล และจินตนาการที่

ขนมปังอบแห้ง
ขนมปังอบแห้งที่มีขายสำหรับตกปลา ก็คงมี 2-3 ยี่ห้อเท่านั้น ส่วนใหญ่จะใช้ผสมรำ เติมกลิ่น นวดให้เหนียว
ปั้นทำเหยื่อเกี่ยวเบ็ดตกปลา นักตกปลาส่วนน้อยที่ให้ความสนใจ เนื่องจากราคาค่อนข้างสูงถ้าเทียบต่อปริมาณ

ขนมปังกรอบ/ คุกกี้
ขนมปังกรอบ หรือ คุกกี้ ที่ใส่ปี๊บขาย สามารถนำมาป่นละเอียด ผสมรำ และน้ำ เป็นเหยื่อที่ทำให้ผลดีมากในราคาที่ถูก
อีกทั้งยังไม่ต้องปรุงแต่ง กลิ่น และรสชาติให้วุ้นวาย เหนื่องจากขนมปังกรอบเหล่านี้ ผู้ใช้สามารถเลือกกลิ่นได้ตามใจชอบ วนิลา,ช๊อกโกแลต,ใบเตย, อบเทียน อัลมอล; ฯลฯ เพียงแต่อย่าเลือกประเภทที่สอดไส้ผลไม้กวน แต่ถ้าเป็นไส้ครีม ก็ใช้ได้ แต่จะป่นยากกว่าประเภทไม่มีไส้เลยนิดหน่อยและราคาก็สูงกว่าขนมปังกรอบธรรมดา ถ้าแบ่งขายเป็นขีด ก็ประมาณ 5-7 บาท แต่ซื้อยกปี๊บก็จะถูกกว่ามากมีทั้งปี๊บเล็ก และใหญ่ ราคาตั้งแต่ 150-350 บาท น้ำหนัก 3-5 กิโลกรัม กลิ่นที่ผมใช้อยู่ประจำก็คือจะเป็นใบเตย โดยป่นผสมรำในอัตราส่วน 50%-50 % และสเปรย์ด้วยน้ำจนได้ความชื้นที่เหมาะสม จนสามารถปั้นเป็นก้อนได้ ( ประมาณ 200 ml) หรือ ประมาณค่อนกระป๋องน้ำอัดลม) สำหรับแหล่งน้ำนิ่ง ถ้าเป็นแหล่งน้ำใหลก็จะเพิ่มน้ำอีกนิดหน่อย แต่ถ้าน้ำแรงมากก็ต้องนวดให้เหนีวย ผมมีความหลังที่ประทับใจกับเหยื่อสูตรนี้พอสมควร เมื่อคราวที่ไปบ่อขุดหน้าดินแห่งหนึ่ง ใช้เวลาครึ่งวันกับปลายี่สกล้วนๆ ขนาด 1-3 กิโลกรัม จำนวนกว่า 80 ตัวแต่อย่าเพิ่งเชื่อนะครับ ไปลองดูก่อน แต่พึงระวังคนที่ตกอยู่ข้างๆ จะอิจฉา*หมายเหตุ มีปลาเพียง 2 ตัวเท่านั้นที่นำกลับมา เนื่องจากกลืนเบ็ดลงไปลึก ส่วนที่เหลือปล่อยกลับลงไปหมดแล้วจะลงรูปให้ดูครับ

ขนมเด็ก/ แยมโรล
ขนมเด็ก และแยมโรล รสชาติต่างๆ มีให้ซื้อหามากมายในราคาที่ต่างกันตามตาม คุณภาพ และขบวนการผลิต ใช้ได้ผลดี
กับการตกปลาในเมืองไทย เพราะอุณหภูมิของน้ำในบ้านเราสูงพอที่จะทำให้ไขมันที่มีอยู่ในปริมาณที่สูงของขนมที่ทำเป็นเหยื่อให้ละลายตัวออกมาได้ แต่ถ้าเป็นในยุโรปจะใช้แทบไม่ได้เลย เพราะใขมันจะจับตัวอยู่เหมือนเดิม เพราะอุณหภูมิของน้ำที่เย็นจัด ถึงแม้ว่าจะเป็นในหน้าร้อนก็ตาม วิธีผสม ก็เพียงแต่ผสมขยำให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว ไม่ต้องเติมกลิ่นใดๆ ปั้นหุ้มตะกร้อ ในแหล่งน้ำไหล เพราะเมื่อผสมแล้วจะมีลักษณะค่อนข้างเหนียวนุ่ม ปลาสวายและปลาเกร็ดขนาดใหญ่จะชอบเป็นพิเศษ

ผลไม้
ผลไม้ก็เคยได้สร้างความนิยมที่ใช้เป็นเหยื่อตกปลามากที่สุดก็คงจะเป็นกล้วย ไม่ว่าจะเป็นกล้วยน้ำว้า, กล้วยหอม, กล้วยใข่ ล้วนแต่ใช้ได้เป็นอย่างดี ถ้าต้องการใช้ผสมรำ ก็เลือกที่สุกมากๆ จนเปลือกดำเลยยิ่งดี หรือถ้าใช้เกี่ยวตัวเบ็ด ก็เลือกที่อย่าให้สุกมากนัก นำมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆเท่าลูกเต๋า สำหรับปลาเล็ก หรือถ้าต้องการใช้ชิ้นใหญ่ก็ให้ตัดประมาณนิ้วครึ่งก็พอ เอาเบ็ดเกี่ยวตามยาวให้ทะลุและนำเปลือกตัดเป็นชิ้นเล็กๆรองบริเวรตรงคอเบ็ดเท่านั้นกล้วยจะอยู่ติดบนเบ็ด ทำให้ขว้างออกไปได็ไกลๆโดยที่ไม่หลุด นอกจากกล้วยแล้วมะละกอสุก ก็ใช้ได้ดีสำหรับปลา แรด ตามอ่างเก็บน้ำใหญ่ๆในเมืองไทย แต่ว่ามันออกจะยากซักหน่อย ที่จะทำให้ติดอยู่บนตัวเบ็ดได้ วิธีแก้ก็คือ อย่าเลือกใช้มะละกอ ที่สุกมากเกินไปนัก ผมได้ยินมาว่า ลูกมะเดื่อสุกก็ใช้ได้ สำหรับการตกปลาพลวง ตามลำธารในป่า ก็คงจะเป็นเพราะธรรมชาติของ ต้นมะเดื่อเอง ที่ชอบขึ้นอยู่ใกล้น้ำ พอเมื่อมีผลสุก
ร่วงลงมา ก็เลยกลายเป็นอาหารของปลา และอีกอย่างก็คือในลูกมะเดื่อสุกส่วนใหญ่ จะมีหนอนอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งเล็กทั้งใหญ่ ซึ่งก็คงจะเรียกร้องความสนใจได้พอสมควร ถึงแม้ว่าผลไม้สุก ค่อนข้างจะใช้ยาก แต่ยังไงแล้วก็น่าลอง ส่วนทุเรียน ก็ขอเว้นเอาไว้ก่อน เพราะราคาคงไม่อำนวยเท่าไหร่นัก แต่ถ้าเป็นกลิ่นเทียมของทุเรียนละก้อ ใช้ได้ผลดีในแหล่งน้ำใหลแต่อย่าใส่ลงมากนัก 1ช้อนชา ต่อ 1 กก.


ผักสด
ผักสดน่าจะเหมาะสำหรับนักตกปลาที่มีเครื่องคั้นน้ำ สำหรับผักผลไม้แบบชีวจิต แต่ถึงไม่มีก็ใช้เครื่องปั่นน้ำผลไม้ได้ เพียงแต่หั่นให้ละเอียดแล้วเติมน้ำลงไปให้พอท่วม เปิดเครื่องเพียง 1 นาที ก็ เรียบร้อยครับ ผักสดที่ผมใช้ ครั้งแรกก็คงจะเป็นแหนครับ คุณคงสงสัยว่าไม สาเหตุก็คือว่าปลาสวายที่ผมต้องการตัวมัน มันดื้อ เสียจนไม่ยอมจะกินอะไร แม้ว่า ขึ้นเล่นน้ำ โชว์หางให้เห็น แต่สุดท้ายก็ต้องมาหลงกลด้วยแหน ปั่นละเอียดผสมรำสีออกมาเขียวสวยดีมาก เพราะว่าที ที่ มันอาศัยอยู่นั้น มี แหนอยู่เป็นจำนวนมากนั่นเอง จึงทำให้ผมคิดได้ และก็ได้คิดว่า ต่อๆมาเป็นผัก คะน้า,ใบเตย, ผักชี หรือบางทีก็ผสมกัน ประเภทของผักที่ใช้ควรจะเป็นผักที่มีสีเขียวจัก เช่นที่กล่าวไว้ข้างต้น ส่วนผักชีนั้น ปกติก็ใช้ตก ปลาตะเพียนได้อยู่แล้ว โดยเลือกเอา เฉพาะยอดอ่อนเกี่ยวเบ็ด ใบอ่อน ยอดอ่อนของมันสำปะหลัง ก็ใช้ได้ดีสำหรับปลาไน เพราะชาวบ้านที่เลี้ยงปลาไน นิยมปลูกมัน
ไว้ริมบ่อ แล้วก็ตัดเอาใบของต้นมันให้ปลาในบ่อกิน วิธีใช้ผักสด ก็แค่นำผํกสดเฉพาะใบปั่นให้ละเอียด 1 นาที เทลงผสมกับรำอ่อน 1 กิโล ก็ใช้ได้แล้วครับ ใบกระเพรา, ใบโหระพา หรือผักสดที่มีกลิ่นแรงมาก คงจะไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ ถ้าจะลองก็คงไม่เสียหาย แต่ผมไม่แนะนำครับ

ขนมไทย
อย่าเพิ่งแปลกใจว่าใช้ได้หรือ ครับใช้ได้ แถมยังเป็นของดีซะด้วย ถุงละ 8 บาท, 10 บาท ก็ใช้ผสมได้ตั้งเยอะ
แถมยังมีมากมายให้เลือก ผมขอแนะนำให้ใช้ขนมที่มีน้ำกระทิเป็นตัวหลัก เช่น กล้วยบวชชี, ฟักทองบวชชี อะไรประเภทนี้แหละเพียงแต่ใส่ลงไปในเครื่องปั่นน้ำผลไม้ เพียงไม่ถึงหนึ่งนาที ก็นำมาผสมกับรำ ก็ใช้ได้ ถั่วเขียวต้มน้ำตาลก็ใช้ได้นะ หรือแม้แต่ขนมหม้อแกง ก็ยังมีนักตกปลานำไปใช้ได้ผลดีเหมือนกัน ถ้าหากว่าคุณสนใจที่จะลองทำใช้ดู ก็ให้หลีกเลี่ยงของแพง แล้วก็ระวังมดด้วยนะครับ เพราะว่ามันชอบมากว่าปลาเสียอีก

เมล็ดธัญญพืช
เมล็ดธัญญพืช ก็มีให้เป็นเหยื่อตกปลาได้หลายอย่าง อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ก็น่าสนใจ เช่น ถั่วลิสง, ถั่วเขียว, ถั่วเหลือง,
ข้าว, ข้าวโพด, ข้าวฟ้าง, อาหารนกต่างๆที่ผสมหลายๆอย่างรวมกัน แต่ควรเลือกที่ไม่มีเปลือก หรือข้าวโพดแห้งผสมอยู่ เมล็ดธัญญพืช
เหล่านี้ ถ้านำมาใช้ สำคัญต้องทำให้สุกโดยการต้มเสียก่อน มิฉะนั้นจะทำให้ปลาที่กินเหยื่อเหล่านี้ตายได้ โดยเฉพาะประเภทถั่วทั้งหลาย ถ้าเป็นงาก็ให้คั่วด้วยไฟอ่อนๆให้หอม ควรระวัง อย่าให้ไหม้ ควรใช้ในปริมาณ 10% - 15% ของน้ำหนักทั้งหมด เพราะหากใช้มากเกินไปเสียอาจจะทำให้ปลาลดความสนใจของเหยื่อที่เกี่ยวเบ็ดเอาไว้ หรือไม่ก็อิ่มไปเสียก่อน ผมชอบที่จะใช้เมล็ดธัญญพืชเหล่านี้ผสมลงไปในเหยื่อตกปลา เพราะนอกจากปลายข้าวที่อยู่ในรำแล้ว เมล็ดธัญญพืชเหล่านี้ยังช่วยทำให้เหยื่อตกปลามีกลิ่นหอมขึ้นตามธรรมชาติ โดยที่ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมากนัก

เครื่องเทศ
" อะไรกันจะบ้ากันไปใหญ่แล้ว" ครับ ผมได้ยินอยู่บ่อยจากคนรอบข้าง ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้ผมลดละหรือเลิกที่จะใช้เครื่องเทศเลย
ตราบใดปลาตะเพียนยังกินผักชีอยู่ ลูกผักชีก็น่าจะให็ผลดีโดยวิธีการที่แตกต่างกัน เครื่องเทศเป็นอาหารที่มีอยู่ในธรรมชาติ จึงไม่น่าที่จะมอง
ข้ามไป เพราะมีให้เลือกหลายอย่าง ที่เคยใช้แล้วก็มีเช่น ผงกะหรี่, ลูกผักชี, ผงพะโล้, น้ำมันกระเทียมเจียว, อบเชย หรือแม้แต่พริกป่น สิ่งสำคัญมากคือ ปริมาณในการใช้ เพราะหากใส่มากเกินไป แทนที่ปลาจะเข้ามากินก็กลับกลายเป็นการไล่ปลาให้กระเจิดกระเจิง กระทั่ง คนเราเองยังทนกลิ่นมันไม่ได้เช่นกัน จึงต้องระวังเป็นอย่างมาก กับปริมาณที่ใช้ คือ 1 ช้อนชา/ น้ำหนักเหยื่อ 1 kg ที่เหลือสำหรับเพื่อเครื่องเทศสำเร็จรูป กระเทียมเจียว ก็ใช้ 2-3 ช้อนโต๊ะ ปลาแม่น้ำที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งชุมชนจะให้ความสนใจต่อเหยื่อเหล่านี้เป็นอย่างมาก ผมเคยเห็นเด็กๆตกปลาสายยู, ปลาสวาย ตัวขนาดข้อมือปลดปลากับมือเป็นระวิง เข้าไปถามว่าใช้เหยื่ออะไรแล้วเด็กๆ พวกนั้นก็มองหน้ากันพลางยิ้มๆ แล้วคนหนึ่งก็หยิบซองเครื่องปรุง พร้อมน้ำมันกระเทียมเจียว ของบะหมี่กึ่สำเร็จรูปยี่ห้อดัง ให้ผมดู แล้วบอกว่า "เพื่อนผมมันเตะขวดหัวเชื่อลงน้ำไปก็เลยไม่มีกลิ่นอะไรจะเติม ก็เลยลองเครื่องปรุงพร้อมน้ำมันเจียวดูครับ " ในความคิดผมตอนนี้ กระเทียมเจียวยังเป็นเหยื่อสูตรเด็ดของเด็กๆกลุ่มนั้นไปอีกนาน ในต่างประเทศก็มีการใช้เครื่องเทศผสมลงไปในเหยื่อตกปลากันอย่างแพร่หลาย ทั้งที่ผสมมากับเหยื่อบรรจุถุง
สำเร็จรูป หรือนำมาผสมเอง ผมเองยังเคยนำมาใช้โดยที่ผู้ปกครอง เมื่อสมัยที่เรียนอยู่ที่อังกฤษได้นำมาให้เป็นของ ARCHIE BRADDOCKมีกลิ่นหอมมากมีลักษณะเหมือนเครื่องปรุงบะหมี่สำเร็จรูป ลองชิมดูมีรสชาติเหมือนผงกะหรี่ผสม น้ำตาล ทดลองใช้ก็ได้ผลดีทีเดียว กับการตกปลา ตะเพียน ในหน้าหนาว นอกจากวิธีที่ใช้ในการผสมลงไปในเหยื่อแล้ว ยังสามารถนำมาคลุกเคล้าหรือโรยลงบนเหยื่อที่เราใช้เกี่ยวเบ็ดก็ได้เช่นไส้เดือน, ขนมปังแผ่น, เส้นก๋วยเตี่ยว หรืออื่นๆ เหยื่อตกปลาที่มีเครื่องเทศผสมอยู่เหมาะจะใช้ตกปลาในแหล่งน้ำใหลใช้ได้ผลตลอดทั้งปี ส่วนในแหล่งน้ำนิ่งนับได้ผลดีที่สุดในฤดูหนาว คงเป็นเพราะอุณหภูมิที่เย็น จึงทำให้ปลามีกิจกรรมน้อยลงคำนึงถึงอาหารที่มีรสชาติเผ็ดร้อนและกลิ่นหอมอย่างฉุนเฉียวรุนแรง คงทำให้ปลาทั้งหลายสนใจเหยื่อของคุณ น่าลองนะครับ

รำข้าว รำข้าวโพด รำละเอียด รำอ่อน
วิธีการใช้ของรำทุกประเภทแทบไม่แตกต่างกันเลยส่วนจะใช้เป็นส่วนผสมหลักของเหยื่อตกปลาทั้งนใเอเซียและในยุโรป รำละเอียดที่ดีควรจะมีแกลบน้อยไม่มีมอดหรือแมลงอื่นๆ มีกลิ่นหอมอ่อนของนํ้ามันรำ มีสีน้ำตาลอ่อนแกมเหลือง หากเป็นรำเก่า1-2เดือนขึ้นไปจะมีสีน้ำตาลเทามีกลิ่นหอมของนํ้ามันรำน้อยมากหรืออาจจะมีกลิ่นหืนๆอีกต่างหาก รำละเอียดในปัจจุบันส่วนใหญ่จะมีแกลบปนน้อยมามากเนื่องจากกระบวนการสีข้าวของโรงสีได้พัฒนาไปมากจนทำให้ไม่ต้องร่อนก่อนนำมาใช้เเป็นเหยื่อตกปลาหากแต่ว่าถ้าจะนำมาคั่วเพื่อให้ได้กลิ่นหอมของนำมันรำมากขึ้นก็ควรจะร่อนเสียก่อนเพื่อไม่ให้แกลบที่หลงเหลืออยู่ไหม้มีกลิ่นออกมา ผมเคยตั้งคำถามกับเซียนบ่อชื่อดังว่าทำไมต้องร่อนรำก็ได้รับคำตอบที่บรรเทิงปัญญาว่า “ทำให้ปลากินลื่นคอดี “ เออฟังดูเข้าท่านะ ถ้าลองคิดดูให้ดีๆแล้วการที่ร่อนรำเพียงเพื่อที่จะให้ได้มาเพียงฝุ่นโดยทิ้งปลายข้าวและจมูกข้าวออกมานั้นแล้วจะเหลืออะไรให้ปลากิน(ถ้าใครพอมีเวลาลองร่อนรำเลี้ยงหมูดูนะเพื่อว่ามันจะอ้วน)โดยส่วนมากก็นำมาผสมสิ่งต่างๆลงไปอีกแล้วร่อนทิ้งทำไม ในความเห็นของผมขนาดคนเรายังเลือกที่จะกินชิ้นเนื้อและผักก่อนที่จะกินน้ำแกงเลยปลาก็น่าจะเลือกเช่นเดียวกันปลาประเภทที่กินอาหารแบบดูดพ่นนั้นจะพ่นทิ้งส่นที่ไม่ได้เป็นอาหรของมันออกมาเช่นดินโคลนกรวดเล็กๆส่วนที่เป็นอาหารได้นั้นไม่พ่นทิ้งครับ ผมเองไม่เคยร่อนรำรำถ้าไม่คิดจะคั่วมันแต่ผมจะเติมเมล็ดธัณรพืชลงไปอีกเช่นปลายข้าว ข้าวฟ่าง อาหารนก ข้าวโพดต้ม ถั่วเขียวต้มสุกอีกรวมแล้วไม่เกิน10%ของน้ำหนักรำที่ใช้และก็ได้ผลดีมาตลอดชีวิตการตกปลาของผม




รสชาติ
ใครเคยลองชิมเหยื่อที่ตัวเองบรรจงปรุงขึ้นมาบ้าง เอ้า ข้ามเหยื่อหมัก ไปก็แล้วกันว่างๆลองดู ถ้ามันไมมีรสชาติอะไรก็ใส่เกลือหรือน้ำตาลทรายแดงลงไปบ้าง
“อะไรนะ” เกลือครับเกลืออ่านไม่ผิดหรอก “มันจะอะไรกันนักหนา “ก็รสชาติไงครับนักตกปลาส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากนักหรือบางทีอาจไม่เคยนึกถึงเลย ธรรมชาติของอาหารย่อมมีรสที่แตกต่างกันไปในตัวของมันเองตามแต่ละประเภท ไม่ควรมองข้าม ลองทำให้ปลาแปลกใจดูบ้างด้วยการเติมเกลือลงไปในเหยื่อสูตรเด็ดของคุณ แต่อย่ามากนะ 1 ช้อน
ชาพูนๆต่อน้ำหนักเหยื่อ1กิโลก็เกินพอแล้วครับ น้ำตาลทรายแดงก็ดีเหมือนกันครับ การเพิ่มรสชาติให้เหยื่อตกปลาเป็นวิธีที่ผมใช้กับปลาที่เคยกินเหยื่อแล้วหยุดกิน เพียงแค่เติมลงไปผสมกับเหยื่อเดิมที่เคยใช้อยู่เท่านั้นครับ(น้ำส้มสายชูใช้ไล่ปลาได้ผลดีกว่าล่อปลาครับเนื่องจากความเป็นกรดอ่อนของมันคงมีผลต่อเมือกที่เคลือบตัวเหนือเกล็ดปลาชั้นนอกซึ่งไวต่อการรับรู้)

สี
สีที่มีอยุ่ในธรรมชาติและมีลักษณะกลมกลืนกับสถาพแวดล้อมจะทำให้ความหวาดระแวงของปลากินพืชขนาดใหญ่ลดน้อยลง
ผมเลือกที่จะใช้ สีเขียว สีเหลือง แต่สีแดงก็เร้าใจดีในบางโอกาสโดยเฉพาะกับฝูงยี่สกขนาดกลางๆ

กลิ่น
กลิ่นสังเคราะห์ กลิ่นอาหารตามธรรมชาติ ในปัจจุบันกลิ่นต่างๆที่ใช้ใส่ในอาหารหรือขนมได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากมายกับเหยื่อตกปลาถึงขนาดทำขายกันร่ำรวยไปเลยเพราะว่ากลิ่นส่วนใหญ่ใช้ล่อนักตกปลาได้ผลดีกว่าปลาด้วยเหตุผลที่เชื่อว่าปลาจะเข้ามาสนใจกินอาหารที่มีกลิ่นนี้มายขึ้นตกได้มากขึ้นซึ่งก็ได้ผลดีมีนักตกปลาจำนวนไม่น้อยได้พบประสพการณ์และความทรงจำที่สวยงามกับปลาจำนวนมากหรือตัวใหญ่ด้วยกลิ่นของเหยื่อตกปลาที่บรรจงปรุงแต่งขึ้นมา หลายๆคนคงเคยไดยินคำถามว่า “บังเอิญหรือเปล่าที่ปลากิน” ถ้าให้ผมตอบผมก็คงจะตอบว่าไม่บังเอิญแน่นอน เพราะปลาขนาดใหญ่ย่อมมีความระแวดระวังภัยสูงและระมัดระวังในการเข้ากินอาหารเป็นอย่างมาก หากมีการใช้กลิ่นต่างๆอย่างฟุ่มเฟือยไม่เหมาะสมจนผิดสังเกตุปลาก็คงจะไม่เข้ามาใกล้บริเวณนั้นอย่างแน่นอน ส่วนตัวผมแล้วกลิ่นที่ใช้อยู่ประจำจะเป็นกลิ่นหอมอ่อนของผลไม้ต่างๆถ้าเป็นกลิ่นประเภทสังเคราะห์ต่างๆเช่น ครีมโซดา นมแมว ก็จะใช้ในปริมาณที่น้อยมากอาจจะแค่1-2หยดต่อน้ำหนักเหยื่อ1 กิโลกรัมถ้าเป็นกลิ่นผลไม้ หรือ ใบเตย ดอกไม้ (มะลิ กุหลาบ) ก็ใช้ในปริมาณที่มากขึ้นประมาณ2-3ฝาต่อน้ำหนักเหยื่อ1กิโลกรัม การใช้กลิ่นสังเคราะห์ในแหล่งน้ำนิ่งตามธรรมชาติขนาดไม่ใหณนักต้องระวังปริมาณนใการใช้เป็นอย่างมากและมีโอกาสสูงมาที่ปลาจะไม่กินเหยื่อ อ้อลองใช้ เบบี้ออย แป้งเด็ก สบู่เด็ก ดูบ้างนะครับกลิ่นหอมดีแต่อย่าใส่มากนักล่ะครับ


http://www.siamfishing.com/content/view.php?id=101&cat=article&begin=60#comment
แสดงความคิดเห็น กลับข้างบน
 
 
แสดงความคิดเห็น
รายละเอียด
โพสไอคอน
รูปภาพที่ 1 ขนาดของภาพไม่เกิน 150 K (ใช้ได้เฉพาะภาพที่มีนามสกุล JPG,GIF)
รูปภาพที่ 2

ขนาดของภาพไม่เกิน 150 K (ใช้ได้เฉพาะภาพที่มีนามสกุล JPG,GIF)

 

  * กรุณา ลงทะเบียน เป็นสมาชิก Fishing2hand.com ก่อนแสดงควมคิดเห็น
ชื่อเข้าใช้
รหัสผ่าน
 
 
 
>> ความคิดเห็นที่ : 1
pinto2
โพสต์เมื่อ : 2006-01-31, 22:30
สูตรที่ผมใช้บ่อยครับ

ปลาที่ตกได้
ปลาส่วนมากที่ได้จะเป็นประเถทดูดพ่นกินเหยื่อหน้าดินเช่นปลายี่สกไทยและเทศแต่ที่ได้ผลดีที่สุดก็น่าจะเป็นปลากระโห้
อาจเป็นเพราะว่าส่วนผสมที่หนักหยาบและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ


ส่วนผสม
ส่วนผสม:
1. ถั่วลิสงอบบดหยาบ 500g
2. รำข้าวหอมมะลิใหม่ 1kg
3. กากมะพร้าวใหม่ 500g ย้อมด้วยสีผสมอาหารสีเขียว 1 ซอง
4. กลิ่นสตอเบอรี่ขวดเล็ก 1ขวด
5. ขนมปังกรอบป่น 300g


วิธีทำ
วิธีทำ: นำส่วนผสม 1 2 3 มาผสมให้เข้ากันนำไปอบใช้ไฟตําถึงปานกลาง(100-150c)นำออกมาผึ่งให้เย็น เมื่อเย็นสนิทสเปรยด้วยกลิ่น
สตอเบอรี่ผสมขนมปังกรอบให้เข้ากันเป็นอันเสร็จ หากยังไม่นำไปใช้ให้เก็บในภาชนะปิดสนิท


วิธีใช้
นำส่วนผสมที่ได้มาผสมได้กับรำใหม่ๆได้อีกเพื่อเพิ่มปริมาณแต่ไม่เกิน2กิโลสำหรับเหยื่อตกพรมด้วยนําพอหมาดปั้นหุ้มตะกร้อ(feeder)
ได้ใช้เบ็ดตัวเดียวเลือกขนาดให้เหมาะสมเกี่ยวโฟม ถ้าต้องการอ่อยให้ผสมได้ไม่เกิน5กิโล
แสดงความคิดเห็น กลับข้างบน
 
 
>> ความคิดเห็นที่ : 2
pinto2
โพสต์เมื่อ : 2006-01-31, 22:32
สูตรที่ผมใช้บ่อยครับ

ปลาที่ตกได้
สูตรนี้ปรับปรุงมาจาก ground bait ที่ใช้ตกปลา Ruudในอังกฤษคล้ายปลาตะเพียนหางแดง,ปลากระแห ที่จริงๆแล้วมีความแตกต่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ใช้ได้ผลดีมากกับปลาตะเพียนขนาดต่างๆยี่สกขนาดไม่ใหญ่มากก็ได้ผลดี

ส่วนผสม
ส่วนผสม:
1. อาหารปลาตู้เม็ดเล็ก 500g
2. รำข้าวหอมมะลิใหม่ 1kg
3. กากมะพร้าวอบแห้งป่นละเอียดยิบ 200g
4. กลิ่นผลไม้รวมขวดเล็ก 1ขวด
5. ขนมปังกรอบป่น 500g

วิธีทำ
วิธีทำ: นำรำข้าวหอมมะลิใหม่ไปอบใช้ไฟตําถึงปานกลาง(100-150c)ประมาณ45-60นาทีเมื่อแห้งดีแล้วนำออกมาผึ่งให้เย็น
เมื่อเย็นสนิทสเปรยด้วยกลิ่นผลไม้รวม ผสมขนมปังกรอบกับกากมะพร้าวอบแห้งป่นละเอียดเติมอาหารปลาตู้เม็ดเล็กผสม
ให้เข้ากันเป็นอันเสร็จ หากยังไม่นำไปใช้ให้เก็บในภาชนะปิดสนิท
ถ้าอากาศในวันที่ตกเย็นกว่าปรกติ(หน้าหนาว)ให้เติมอบเชยลงไป2ช้อนโต๊ะ

วิธีใช้
วิธีใช้: นำส่วนผสมที่ได้มาผสมได้กับรำใหม่ๆได้อีกเพื่อเพิ่มปริมาณแต่ไม่เกิน1กิโลสำหรับเหยื่อตกพรมด้วยนําพอหมาดปั้นหุ้มตะกร้อ(feeder)
ลูกเล็กใช้เบ็ดตัวเดียวเลือกขนาดให้เหมาะสมเกี่ยวโฟม ไส้เดือน ขนมปังแผ่น รำนวด หรืออื่นๆตามชอบ เหยื่อสูตรนนี้ใช้สำหรับล่อปลา
ให้มาสนใจเท่านั้น ลองผสมแล้วลองปั้นทดสอบดูในอ่างหรือโหลแก้วตู้ปลายิ่งดีแล้วจะรู้เองว่าทำไม เทคนิคอีกนิดคือปั้นเป็นลูกขนาดเท่า
ลูกมะนาวโยนอ่อยทุกๆยี่สิบนาทีทีละลูกน่าจะได้อะไรดีๆขึ้มาดูบ้าง

........ลิงค์เหยื่อต่างๆ...... http://www.updated.com/search/?text=fishing+bait&wid=40378
แสดงความคิดเห็น กลับข้างบน
 
 
>> ความคิดเห็นที่ : 3
labrador
โพสต์: 18
วันที่สมัคร   : 23/1/2549
เข้าใช้ล่าสุด : 23/1/2549
โพสต์เมื่อ : 2006-02-02, 15:09
ดีครับบ แบ่งปันความรู้กันไป
แสดงความคิดเห็น กลับข้างบน
 
 
(c) 2001-2008 Fishing2hand.com . All Rights Reserved. Fishing2hand.com Terms of use Privacy policy Buying Policy

All comments are Welcome at fishing2hand@hotmail.com

------------------ Create & manage by SiamTackel Team ------------------